พัฒนาผู้นำเจนใหม่–ไร้นิโคติน
คณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ร่วมกับ กลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท) และสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแพทย์แห่งประเทศไทย (สพท) จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ “พัฒนาผู้นำเจนใหม่–ไร้นิโคติน” (Nicotine-Free Generation Youth Leaders’ Workshop)
ณ อาคารวิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร โดยมีนิสิตนักศึกษาแพทย์จากหลายสถาบันทั่วประเทศเข้าร่วมกว่า 50 คน
วันที่ 23 พฤษภาคม 2569 คณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ “พัฒนาผู้นำเจนใหม่–ไร้นิโคติน” โดยได้รับเกียรติจากผู้บริหารและผู้ทรงคุณวุฒิในพิธีเปิดกิจกรรมฯ
ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์รัชตะ รัชตะนาวิน รักษาการรองเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิด
ศาสตราจารย์ นายแพทย์ชัยรัตน์ ฉายากุล รองเลขาธิการกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย เป็นประธานร่วม
ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ประกิต วาทีสาธกกิจ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการควบคุมยาสูบ เป็นวิทยากรพิเศษ
Dr. Koong Heng Nung ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคมะเร็งทรวงอกและเต้านม จากประเทศสิงคโปร์ เป็นวิทยากร
ศาสตราจารย์ แพทย์หญิงสุวรรณา เรืองกาญจนเศรษฐ์ ที่ปรึกษาคณะกรรมการโครงการพลังกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย ขับเคลื่อนเจเนอเรชันใหม่ปลอดบุหรี่และผลิตภัณฑ์ยาสูบ
รองศาสตราจารย์ นายแพทย์รัฐพล ตวงทอง รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ณรงค์กร ซ้ายโพธิ์กลาง รองคณบดีฝ่ายการนักศึกษาและศิษย์เก่าสัมพันธ์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
พร้อมด้วยคณะทำงานโครงการฯ คณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้แก่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์วิสุทธิ์ ล้ำเลิศธน รองคณบดี, อาจารย์ ดร. แพทย์หญิงณัทญา ตรีภูริเดช, อาจารย์ นายแพทย์ภวินท์ภัทร เบญจพงศาพันธุ์, แพทย์หญิงสิตาธรรม พืชกมุทร และแพทย์หญิงพรสินี เศรษฐ์ประภา
การจัดกิจกรรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ เสริมสร้างความรู้และทักษะความเป็นผู้นำแก่นิสิตนักศึกษาแพทย์ พร้อมขยายเครือข่ายความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนสังคมปลอดนิโคติน อีกทั้งเป็นการแสดงพลังร่วมกันของเครือข่ายองค์กรแพทย์ กสพท และนิสิตนักศึกษาแพทย์ทั่วประเทศ รวมทั้งคณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อส่งเสริมสังคมสุขภาพดี ผ่านความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายระดับชาติและนานาชาติ เพื่อผลักดันการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายด้านสุขภาพของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

